กลับไปยังบทความทั้งหมด
สรุปครบจบในโพสต์เดียว: เกณฑ์เสีย "ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ" สายเทรด สายลงทุน ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีปีนี้
เคล็ดลับ

สรุปครบจบในโพสต์เดียว: เกณฑ์เสีย "ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ" สายเทรด สายลงทุน ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีปีนี้

สรุปครบ! เกณฑ์การเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศ อัปเดตกฎหมายใหม่ นำเงินเข้าไทยปีไหนต้องเสียภาษี? พร้อมวิธีใช้สิทธิเครดิตภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)

แชร์บทความ

สรุปย่อ

เกริ่นถึงกระแสของนักลงทุน สายเทรดคริปโต หุ้นต่างประเทศ หรือ Digital Nomad ที่มีรายได้จากแพลตฟอร์มต่างชาติ ซึ่งตั้งแต่ปี 2024-2025 กรมสรรพากรได้ปรับปรุงเกณฑ์การจัดเก็บ "ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ" ให้เข้มงวดขึ้น บทความนี้จะสรุปสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนยื่นภาษีในปี 2026

ในยุคปัจจุบันที่การทำงานและการลงทุนขยายตัวไร้พรมแดน กระแสของนักลงทุน สายเทรดคริปโต หุ้นต่างประเทศ หรือแม้แต่กลุ่ม Digital Nomad ที่มีรายได้จากแพลตฟอร์มต่างชาติมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตั้งแต่ช่วงปี 2024-2025 เป็นต้นมา กรมสรรพากรได้ปรับปรุงเกณฑ์การจัดเก็บ "ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ" ให้มีความเข้มงวดและอุดช่องโหว่เดิม บทความนี้จะสรุปสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นภาษีในปี 2026

กฎเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศ

หลักการสำคัญในการพิจารณาว่าเราต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ที่เกิดในต่างประเทศหรือไม่นั้น จะอิงตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร โดยผู้มีรายได้จะต้องเสียภาษีในไทยก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

  1. เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย: คือ มีการพำนักอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลารวมกันถึง 180 วันในปีภาษี (ปีปฏิทิน) นั้น
  2. นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย: ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการทำงานให้บริษัทต่างชาติ, การขายทรัพย์สิน, เงินปันผล หรือรายได้จากการลงทุน หากมีการนำเงินนั้นเข้ามาในไทย จะต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษี

Exchange.jpg

อัปเดตเกณฑ์ใหม่ที่ต้องระวัง (ปิดช่องโหว่นำเงินเข้าข้ามปี)

สิ่งที่สายเทรดและนักลงทุนต้องระวังเป็นพิเศษคือ การบังคับใช้ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ว่า หากเป็นเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป และผู้เสียภาษีอยู่ในไทยถึง 180 วันในปีที่เกิดรายได้ เมื่อใดก็ตามที่มีการนำเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย "ไม่ว่าจะในปีภาษีใดก็ตาม" เงินได้นั้นย่อมอยู่ในบังคับต้องนำมารวมเสียภาษีตามกฎหมายเสมอ (เป็นการอุดช่องโหว่ของกฎหมายเดิม ที่เคยอนุญาตให้ผู้มีรายได้นำเงินเข้าประเทศข้ามปีภาษีแล้วไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง) อย่างไรก็ดี หากเงินได้นั้นเกิดขึ้นจริงก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 และนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป จะยังไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี

การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน

สำหรับการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินบาทเพื่อใช้คำนวณเป็นฐานภาษีเงินได้ กฎหมายระบุให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน "ณ วันที่นำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย" โดยสามารถเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารพาณิชย์ (อัตราซื้อ) หรืออัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ สิ้นวันทำการก่อนวันที่นำเงินเข้ามา

การใช้สิทธิเครดิตภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)

หากคุณมีรายได้จากต่างประเทศและถูกหักภาษี ณ ประเทศแหล่งที่มาไปแล้ว อาจทำให้เกิดภาระ "ภาษีซ้ำซ้อน" แต่เพื่อเป็นการบรรเทาภาระนี้ หากประเทศดังกล่าวมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศไทย คุณมีสิทธิที่จะนำภาษีที่ชำระไว้ในต่างประเทศมาใช้เป็น "เครดิตภาษีแบบธรรมดา" (Ordinary Tax Credit) เพื่อหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในไทยได้ โดยมีกฎเหล็กว่า จำนวนเครดิตภาษีที่นำมาหักได้ ต้องไม่เกินจำนวนภาษีไทยที่คำนวณได้สำหรับเงินได้ส่วนนั้น (Credit Limit) และการคำนวณเครดิตภาษีจะต้องแยกตามประเภทของเงินได้และแยกตามแต่ละประเทศแหล่งเงินได้ด้วย

Tax Certificate.jpg

การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ภาษีเงินได้จากต่างประเทศที่เข้มงวดขึ้นนี้ ทำให้นักลงทุนและผู้มีรายได้จากแพลตฟอร์มต่างชาติต้องวางแผนการนำเงินเข้าประเทศอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิเครดิตภาษีและป้องกันปัญหาเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คุณจะต้องจัดเตรียมและเก็บรักษาเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของต่างประเทศ (Withholding Tax Certificate), แบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นในต่างประเทศ, ใบเสร็จการชำระภาษี และหลักฐานการโอนเงินเข้าไทย ไว้ให้พร้อมเสมอ

ลองใช้ ACCOS แยกข้อมูลเอกสารด้วย AI

อัปโหลดใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ แล้ว AI จะแยกข้อมูลให้อัตโนมัติ ฟรี 100 โทเคนแรก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มต้นใช้งานฟรี
แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เคลียร์บิล "เงินสดย่อย" สิ้นเดือนอย่างไร ไม่ให้นักบัญชีและพนักงานต้องทะเลาะกัน!

สิ้นเดือนทีไรมีปัญหาเรื่องเบิกบิลเงินสดย่อย? เผยต้นทุนแฝงกว่า 2,000 บาทต่อบิลที่คุณอาจไม่รู้ พร้อมวิธีจบปัญหาความขัดแย้งด้วย AI ถ่ายรูปรู้เรื่อง!

ทำไม CEO ถึงตัดสินใจพลาด? เพราะดู "งบการเงิน" ที่ดีเลย์ไปแล้ว 30 วัน!

บริหารธุรกิจด้วยงบการเงินที่อัปเดตช้าอาจทำให้เสียโอกาส! สรุปความสำคัญของ Real-Time Accounting และวิธีเปลี่ยนบิลเป็น Data ทันทีด้วย AI จาก ACCOS

บอกลาความผิดพลาด "จ่ายเงินซ้ำ-จ่ายผิดยอด" ด้วยระบบตรวจสอบเอกสาร (3-Way Matching) ฉบับ SME

ปวดหัวกับปัญหาจ่ายเงินซ้ำ จ่ายผิดยอด หรือจ่ายค่าของที่ไม่ได้สั่ง? ทำความรู้จัก 3-Way Matching หัวใจสำคัญของฝ่าย AP พร้อมตัวช่วย AI จาก ACCOS

Line